รายละเอียดทางเทคนิค พื้นไม้เอ็นจิเนียร์

Especificaciones técnicas

รายละเอียดทางเทคนิค พื้นไม้เอ็นจิเนียร์

การใช้Pisos de madera de ingeniería ได้รับความนิยมมากขึ้นเรื่อย ๆ ในวงกว้าง ทั้งการก่อสร้างและการตกแต่งภายใน โดยไม้เอ็นจิเนียร์เป็นวัสดุที่ผลิตขึ้นจากการผสมผสานของไม้จริงและวัสดุอื่น ๆ ที่มีคุณสมบัติพิเศษ โดยทั่วไปแล้ว จะมีข้อได้เปรียบกว่าไม้ทั่วไปทั้งในด้านความแข็งแรงและความคงทนต่อปัจจัยต่าง ๆ ที่มีอยู่ในสภาพแวดล้อม

A continuación se detallan las especificaciones técnicas de la madera de ingeniería.

ไม้เอ็นจิเนียร์ ประกอบด้วยอะไรบ้าง ?

Pisos de madera de ingenieríaจะมีส่วนประกอบหลัก ๆ อยู่ 3 ชั้น ได้แก่

  1. ชั้นผิวหน้าไม้จริง ทาง Madera de flecha Se han importado diversas maderas para procesarlas en madera de ingeniería, como Roble Ceniza de madera Madera de haya Madera de arce และไม้ชนิดอื่น ๆ อีกมากมาย

  2. Madera de grado medio ทำหน้าที่รองรับแรงกระแทกและป้องกันการบิดงอของพื้นไม้

  3. ไม้ชั้นล่างสุด ที่นำมาประกบกับหลังพื้นไม้ เป็นชั้นสุดท้ายเพื่อให้เกิดความสมดุลและสร้างความแข็งแรงให้กับไม้เอ็นจิเนียร์

ส่วนประกอบหลักพื้นไม้เอ็นจิเนียร์

คุณสมบัติเด่น พื้นไม้เอ็นจิเนียร์
ของ Arrow Wood

 

  • ใช้ไม้จริงร่วมกับไม้อัด

  • ไม้อัดจะติดด้วยกาวที่ทนน้ำ

  • ไม้อัดมีหลายชั้น

  • รับประกันไม้ไม่บิด หรืองอ

  • ป้องกันปลวก

  • ผลิตโดยวิศวกรชาวดัตซ์

  • ผลิตภัณฑ์มีความกว้างถึง 29 เซนติเมตร

  • ผลิตภัณฑ์มีความหนา 14 มิลลิเมตร และ 19 มิลลิเมตร

  • มีการส่งออกในแถบยุโรปมากที่สุด

  • มีความยาวสูงสุด 1600 – 2400 มิลลิเมตร

  • ตัดแบบลิเนีย ไม่ใช้การตัดแบบโรตารี่

ไม้อัด ไม่บิด ไม่งอ

ลักษณะพื้นไม้
เกรด BC

ห้องนั่งเล่น ลักษณะพื้นไม้เกรด BC

ลักษณะพื้นไม้
เกรด A

ห้องนั่งเล่น ลักษณะพื้นไม้ เกรด A

ลักษณะพื้นไม้
เกรด AB

AB

ลักษณะพื้นไม้
เกรด A MAX

ลักษณะพื้นไม้ เกรด A MAX

การเลือกและแบ่งเกรดไม้

ไม้แต่ละชนิดจะมีเกรดที่แตกต่างกัน ขึ้นอยู่กับคุณภาพของไม้ โดยทั่วไปแล้ว ไม้จะมีเกรดอยู่ 4 ระดับ ได้แก่

  • เกรด BC : เกรดต่ำสุด ไม้จะมีตำหนิต่างๆ มากมาย เช่น ตาไม้ขนาดใหญ่ กระพี้มาก รอยแตก รอยไส เป็นต้น ไม้เกรดนี้มักนำไปใช้ในงานก่อสร้าง เช่น โครงบ้าน เสา คาน เป็นต้น
  • เกรด AB : เกรดกลาง ไม้จะมีตำหนิน้อยกว่าเกรด BC แต่ยังคงมีตำหนิอยู่บ้าง เช่น ตาไม้ขนาดกลาง กระพี้ไม่เกิน 30% รอยแตก รอยไส เป็นต้น ไม้เกรดนี้มักนำไปใช้ในงานเฟอร์นิเจอร์ เช่น โต๊ะ เก้าอี้ ตู้ เป็นต้น
  • เกรด A : เกรดสูง ไม้จะมีตำหนิน้อยมาก เช่น ตาไม้ขนาดเล็ก กระพี้ไม่เกิน 15% ไม้เกรดนี้มักนำไปใช้ในงานตกแต่ง เช่น ประตู หน้าต่าง เฟอร์นิเจอร์ เป็นต้น
  • เกรด A max : เกรดสูงสุด ไม้จะมีตำหนิน้อยที่สุด เช่น ตาไม้ไม่เกิน 5 มม. กระพี้ไม่เกิน 5% ไม้เกรดนี้มักนำไปใช้ในงานที่มีความสวยงามเป็นพิเศษ เช่น งานแกะสลัก เฟอร์นิเจอร์โบราณ เป็นต้น

การเลือกไม้ตามสี

นอกจากการแบ่งเกรดตามคุณภาพแล้ว ไม้ยังสามารถแบ่งเกรดตามสีได้อีกด้วย โดยไม้แต่ละชนิดจะมีสีที่แตกต่างกัน ตัวอย่างเช่น ไม้สักจะมีสีน้ำตาลเข้ม Ceniza de madera Madera de arce จะมีสีขาว เป็นต้น

การเลือกไม้ตามกระพี้

กระพี้คือส่วนที่อยู่ด้านในสุดของไม้ มีลักษณะอ่อนและเปราะกว่าเนื้อไม้ ดังนั้น ไม้ที่มีกระพี้มากจะมีความแข็งแรงน้อยกว่าไม้ที่ไม่มีกระพี้ โดยทั่วไปแล้ว ไม้ที่มีกระพี้ไม่เกิน 5% ถือว่ามีคุณภาพดี

รอยตัดขวางไม้โอ๊ค

คุณลักษณะที่ดีของไม้

1. ตาไม้

ตาไม้ คือ ส่วนที่เป็นรอยแผลของไม้ที่เกิดจากการเจริญเติบโตของกิ่งก้าน ตาไม้มีขนาดใหญ่หรือเล็ก แตกหรือไม่แตก ลายตาไม้เป็นอย่างไร และอยู่บริเวณใดของไม้ ล้วนส่งผลต่อความสวยงามของไม้ โดยทั่วไปแล้ว ไม้ที่มีตาไม้ขนาดใหญ่ แตกกระจาย จะให้ความรู้สึกดิบๆ เหมาะกับการตกแต่งบ้านสไตล์ลอฟท์หรือสไตล์ชนบท ส่วนไม้ที่มีตาไม้ขนาดเล็ก เรียงตัวเป็นระเบียบ จะให้ความรู้สึกเรียบหรู เหมาะกับการตกแต่งบ้านสไตล์โมเดิร์น

2. กระพี้ไม้

กระพี้ไม้ คือ ส่วนที่เป็นสีเหลืองหรือสีขาวของไม้ที่อยู่ติดกับเปลือกไม้ ทำหน้าที่ลำเลียงน้ำและสารอาหารไปทั่วลำต้น กระพี้ไม้มีวงรอบเล็กหรือใหญ่ ขึ้นอยู่กับชนิดของไม้ โดยทั่วไปแล้ว ไม้ที่มีวงกระพี้เล็ก จะให้ความรู้สึกแน่นและแข็งแรง ส่วนไม้ที่มีวงกระพี้ใหญ่ จะให้ความรู้สึกอ่อนโยนและอบอุ่น

3. การรมควันไม้

การรมควันไม้ คือ การนำไม้ไปผ่านกระบวนการรมควันด้วยความร้อนและไอน้ำ เพื่อช่วยปรับสีของไม้ให้สม่ำเสมอ โดยหลักการการรมควันคือทำให้สีลายไม้และกระพี้ไม้จางลง โดยทั่วไปแล้ว ไม้ที่ผ่านการรมควันจะมีสีน้ำตาลอมเทาและอมมันเล็กน้อย เหมาะกับการตกแต่งบ้านสไตล์วินเทจหรือสไตล์คลาสสิก

คำแนะนำในการเลือกไม้

หากต้องการเลือกไม้ที่มีตาไม้ขนาดเล็ก เรียงตัวเป็นระเบียบ ควรเลือกไม้เกรด A หรือเกรด B ส่วนหากต้องการเลือกไม้ที่มีตาไม้ขนาดใหญ่ แตกกระจาย ควรเลือกไม้เกรด ABC ลงไป และหากต้องการเลือกไม้ที่สำหรับการรมควัน ควรเลือกไม้เกรด A หรือเกรด B

การวัดความชื้นไม้

ความชื้นของไม้เป็นปัจจัยที่สำคัญอย่างยิ่งต่อคุณสมบัติของไม้ ไม้ที่มีความชื้นมากเกินไปหรือน้อยเกินไปจะส่งผลให้ไม้เกิดปัญหาต่างๆ เช่น บิดเบี้ยว แตกร้าว เปลี่ยนรูปทรง และอาจทำให้อายุการใช้งานของไม้สั้นลง

ความชื้นที่เหมาะสมของไม้

La humedad adecuada de la madera para uso general se encuentra entre el 10% y el 12%. Esta humedad hace que la madera sea densa, fuerte y resistente a los impactos. Sin embargo, la humedad adecuada de la madera puede variar según el tipo de madera y su uso. Por ejemplo, la madera utilizada para la construcción debe tener una humedad de aproximadamente 12-15%, mientras que la madera utilizada para muebles debe tener una humedad de aproximadamente 8-10%

การดูแลความชื้นของไม้

ความชื้นของไม้สามารถเปลี่ยนแปลงได้ขึ้นอยู่กับสภาพแวดล้อม เช่น อุณหภูมิและความชื้นสัมพัทธ์ของอากาศ หากไม้อยู่ในสภาพแวดล้อมที่มีความชื้นมากเกินไป ไม้จะดูดซับความชื้นเข้าไปจนเกินไปจนอาจเกิดการบิดเบี้ยว แตกร้าว หรือเปลี่ยนรูปทรงได้ในทางกลับกัน หากไม้อยู่ในสภาพแวดล้อมที่มีความชื้นน้อยเกินไป ไม้จะสูญเสียความชื้นจนเกินไปจนอาจทำให้ไม้เปราะและแตกหักได้ง่าย

ความใส่ใจของ Arrow Wood

Madera de flecha เราเป็นผู้ค้าไม้ชั้นนำในประเทศไทย เราให้ความสำคัญกับคุณภาพของไม้เป็นอย่างมาก โดยมีกระบวนการในการคัดสรรไม้อย่างพิถีพิถัน เพื่อให้ได้ไม้ที่มีคุณภาพดีและเหมาะสมกับการใช้งาน นอกจากนี้ เรายังมีกระบวนการในการอบไม้เพื่อให้มีความชื้นที่เหมาะสม ก่อนนำไม้ส่งมอบให้กับลูกค้า เพื่อให้ลูกค้าได้รับไม้ที่มีคุณภาพและใช้งานได้อย่างมีประสิทธิภาพ

Madera de flecha ตระหนักดีว่าความชื้นของไม้เป็นปัจจัยที่สำคัญต่อคุณภาพของไม้ ดังนั้น เราจึงให้ความใส่ใจเรื่องความชื้นของไม้ เพื่อที่จะส่งมอบไม้ที่มีคุณภาพดีและเหมาะสมกับการใช้งานให้กับลูกค้า

เครื่องวัดความชื้นไม้